Nucholza's Blog

September 10, 2010

เสียงและอักษรไทย

Filed under: Uncategorized — nucholza @ 5:31 am

        เสียงและอักษรไทย        

                

เสียง

        เสียงในความหมายกว้าง ๆ หมายถึง เสียงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงมนุษย์เสียงสัตว์ หรือเสียงอื่นใดก็ตาม แต่ในการศึกษา เสียง หมายถึง เสียงที่มนุษย์เปล่งออกมาเพื่อสื่อความหมายระหว่างมนุษย์ด้วยกัน

เสียงในภาษาไทย

        เสียงในภาษาไทยแบ่งออกเป็น ๓ ชนิด ด้วยกัน คือ เสียงสระ เสียงพยัญชนะและเสียงวรรณยุกต์

                - เสียงสระ  หรือเสียงแท้ เกิดจากลมที่ออกจากปอดโดยไม่ถูกอวัยวะใดกีดขวาง

                - เสียงพยัญชนะ หรือเสียงแปร เกิดจากการลมที่ออกจากปอดแล้วถูกปิดกั้นทางเดิน ของลมให้แคบลง ทำให้ลมผ่านไม่สะดวกจนต้องเสียดแทรกออกมา

                - เสียงวรรณยุกต์ หรือเสียงดนตรี  เกิดจากเสียงเปล่งออกมาพร้อมเสียงแปรจะมีเสียงสูง ต่ำ ตามการสั่นสะเทือนของสายเสียง

        อวัยวะที่ทำให้เกิดเสียง ได้แก่ ปอด หลอดลม กล่องเสียง ลิ้นไก่ ลิ้น เพดานปุ่มเหงือก ฟัน และริมฝีปาก

 

 เสียงสระ        

ฐานที่เกิดเสียงสระ

        เสียงสระ เกิดขึ้นโดยอาศัยคอเป็นที่ตั้ง และริมฝีปากหรือลิ้นกระทบอวัยวะในปากเป็นเครื่องช่วย ลิ้นที่ทำให้เกิดเสียงมีอยู่ ๓ ส่วน คือ ลิ้นส่วนหน้า ส่วนกลาง ส่วนหลังลิ้นแต่ละส่วนก็ยังสามารถกระดกขึ้นลงได้ ๓ ระดับ  คือ สูง กลาง ต่ำ ถ้าลิ้นกระดกระดับต่าง ๆ เสียงสระที่เกิดขึ้นก็จะต่างกันไปด้วย จากตารางต่อไปนี้แสดงให้เห็นส่วนของลิ้นที่ทำให้เกิดสระต่าง ๆ

                                        

 ระดับลิ้น    ลิ้นส่วนหน้า    ลิ้นส่วนกลาง  ลิ้นส่วนหลัง   
  สูง
กลาง
ต่ำ
 อิ       อี
เอะ      เอ
แอะ     แอ  
   อึ       อือ
เออะ      เออ
อะ       อา   
อุ        อู
โอะ       โอ
เอาะ      ออ  

 รูปสระ

        สระไทย ๒๑ รูป ดังนี้ 

๑.     ะ  วิสรรชนีย์  ๑๑    เ      ไม้หน้า
๒.      ั  ไม้ผัดหรือไม้หันอากาศ ๑๒.   ใ       ไม้ม้วน
๓.      ็  ไม้ไต่คู้ ๑๓.   ไ       ไม้มลาย
๔.    ๆ   ลากข้าง     ๑๔.   โ       ไม้โอ
๕.      ิ   พินท์อิ ๑๕.   อ       ตัวออ
๖.      ่   ฝนทอง    ๑๖.   ย       ตัวยอ
๗.      ํ   นฤคหิต (หยดน้ำค้าง) ๑๗.  ว        ตัววอ
๘.     ”   ฟันหนู    ๑๘.  ฤ       ตัวร
๙.      ุ   ตีนเหยียด   ๑๙.  ฤา     ตัวรือ
๑๐.    ู   ตีนคู้ ๒๐.  ฦ       ตัวลึ
  ๒๑. ฦา      ตัว ลือ     

เสียงสระ        

        เสียงสระในภาษาไทยมี ๒๔ เสียงจำแนกเป็นเสียงเดี่ยวหรือสระแท้ ๑๘ เสียงสระเลื่อน ๖ เสียง

                ๑. สระเดี่ยว หรือสระแท้ มี ๑๘ เสียง ซึ่งมีเสียงสั้นเสียงยาว ๙ คู่ ดังนี้

                        รัสสระ (สระเสียงสั้น)                   ทีฆสระ (สระเสียงยาว)

                           อะ                                                         อา  

                            อิ                                                         อี    

                            อี                                                         อื      

                            อุ                                                         อู   

                           เอะ                                                       เอ  

                          แอะ                                                       แอ  

                          โอะ                                                       โอ  

                          เอาะ                                                      ออ  

                          เออะ                                                     เออ

                ๒. สระเลื่อน หรือสระประสม ในภาษาไทยมี ๖ เสียง คือสระที่มีการเลื่อนระดับของลิ้นจากเสียงหนึ่งไปยังเสียงหนึ่ง ได้แก่

รัสสระ (สระเสียงสั้น)           ทีฆสระ (สระเสียงยาว)

                                เอียะ (อิ -> อะ)                เอีย (อี -> อา)

                                เอือะ (อื -> อะ)                เอือ (อื -> อา)

                                อัวะ (อุ -> อะ)                 อัว (อู -> อา)

        คำที่มีสระเลื่อนเสียงสั้นมีเพียงไม่กี่คำที่ยืมมาจากภาษาอื่น เช่น เกี๊ยะ  เปรี๊ยะ เบื๊อก เอื๊อก ผัวะ ยัวะ ด้วยเหตุนี้นักภาษาศาสตร์บางคนจึงถือว่าภาษาไทยมีสระเลื่อนเพียง ๓ เสียง คือ /เอีย/ /เอือ/ /อัว/

ข้อพิจารณาเกี่ยวกับเสียงสระ

        ๑. สระบางเสียงใช้อักษรแทนได้หลายรูป เช่น  คำว่า “ไน” อาจเขียนว่า”นัย” หรือ “ใน” คำว่า “กำ” อาจเขียนว่า “กรรม”

        ๒. ในบางคำรูปสระบางรูปไม่ออกเสียง เช่นคำว่า ญาติ  ประวัติ ุุ ในคำว่าเหตุธาตุ

        ๓. ในบางคำมีเสียงสระ /อะ/ แต่ไม่ปรากฏรูป  เช่น สบาย ตลาด หวายอร่อย

        ๔. ไม้ไต่คู้   ใช้แสดงเสียงสั้นแต่คำบางคำเสียงสั้นก็ไม่นิยมใช้ไม้ไต่คู้   เช่น  เพชร เบญจ

        ๕. ภาษาไทยมีรูปสระวางไว้หลายตำแหน่ง

                วางไว้ข้างหน้าพยัญชนะ    เช่น สระ เ-  แ-  ใ-

                วางไว้ข้างหลังพยัญชนะ    เช่น สระ -า

                วางไว้ข้างบนพยัญชนะ     เช่น สระ  -ิ  -ี

                วางไว้ข้างล่างพยัญชนะ    เช่น สระ  -ุ  -ู

                วางไว้ข้างหน้าและข้างหลัง เช่น สระ เ-า

                วางไว้ข้างหน้าและข้างบน  เช่น สระ เ-ีย

        ๖. การใช้สระ มี ๓ ลักษณะ คือ  

                ๑. สระคงรูป    เช่น ใน เสา มี

                ๒. สระลดรูป    เช่น ตก

                ๓. สระเปลี่ยนรูป เช่น มัน เห็น

 

  เสียงพยัญชนะ    

 

        พยัญชนะ แปลว่า การกระทำเสียงให้ปรากฏชัด หรือเครื่องหมายตัวอักษรที่ใช้แทนภาษาพูด พยัญชนะจะออกเสียงตามลำพังไม่ได้ต้องอาศัยสระ

เสียงพยัญชนะในภาษาไทย

        เสียงพยัญชนะในภาษาไทย มี ๒๑ เสียง (๔๔ รูป)

๑. /ก/  ก
๒. /ค/  ข ค ฆ (ฃ ฅ)
๓. /ง/  ง
๔. /จ/  จ
๕. /ช/  ช ฉ ฌ
๖. /ซ/  ซ ศ ส ษ
๗. /ย/  ญ ย
 ๘. /ด/  ด ฎ
๙. /ต/  ต ฏ
๑๐. /ท/  ท ฐ ถ ฑ ฒ ธ
๑๑. /น/  น ณ
๑๒. /บ/  บ
๑๓. /ป/  ป
๑๔. /พ/  ผ พ ภ
๑๕. /ฟ/  ฟ ฝ
๑๖. /ม/  ม
๑๗. /ร/  ร
๑๘. /ล/  ล ฬ
๑๙. /ว/  ว
๒๐. /ฮ/  ฮ ห
๒๑. /อ/  อ     

(บางตำรานับ ๒๐ เสียง ไม่นับเสียง /อ/)

 

พยัญชนะวรรค

        พยัญชนะในภาษาไทย แบ่งออกเป็นวรรคตามฐานกรณ์ที่เกิดเสียง  จัดลำดับตามจากแหล่งกำเนิดเสียงด้านในสุดออกมาตามลำดับ

        ประโยชน์จากการแบ่งวรรคทำให้เกิดประโยชน์ทางหลักภาษาในเรื่อง อักษรสังโยค ไตรยางค์ อักษรคู่ อักษรเดี่ยว

        ตารางการจัดพยัญชนะ      

ฐานที่เกิด   ไตรยางค์ 
 วรรคที่  แถวที่  อักษร

กลาง

อักษร

สูง

อักษร

ต่ำ (คู่)

 

อักษร

ต่ำ (คู่)

 

อักษรต่ำ

(เดี่ยว)

 

เศษวรรค
  กัณฐชะ (คอ) ข ฃ ค ฅ  ห อ ฮ
  ตาลุชะ (เพดาน) ช ซ ยศ
  มุทธชะ (ปุ่มเหงือก) ฎฏ ร ษ ฬ
  หันตะชะ (ฟัน) ดต ล ส
  โอฐชะ (ริมฝีปาก) บ ป  ผ ฝ  พ ฟ    ม    ว

               

อักษรสังโยค

        อักษรสังโยค หรือหลักตัวสะกดตัวตาม เป็นหลักในการประสมอักษรในภาษาบาลี ช่วยให้เขียนหนังสือใช้ตัวสะกดการันต์ได้ถูกต้อง มีหลักปรากฏดังนี้

                - ถ้าพยัญชนะแถวที่ ๑ เป็นตัวสะกดแถวที่  (หรือแถวตัวเอง) เป็นตัวตาม เช่น

                        บุปผา (ป เป็นตัวสะกด ผ เป็นตัวตาม)

                        อัจฉรา (จ เป็นตัวสะกด ฉ เป็นตัวตาม)

                - ถ้าพยัญชนะแถวที่ ๓ เป็นตัวสะกด แถวที่ ๔ (หรือตัวเอง) เป็นตัวตาม

                        - ถ้าพยัญชนะแถวที่ ๕ เป็นตัวสะกดทุกตัวในวรรคตามได้หมด  (รวมทั้งตัวเองด้วย)

                เช่น    สังขาร (ง เป็นตัวสะกด ข เป็นตัวตาม)

                        สัญจร  (ญ เป็นตัวสะกด จ เป็นตัวตาม)

                        สมภพ  (ม เป็นตัวสะกด ภ เป็นตัวตาม)

                - พยัญชนะเศษวรรคที่เป็นตัวสะกดตัวเองตาม คือ ย ล ส

 

ไตรยางค์

        ไตรยางค์ คือ อักษร ๓ หมู่ที่แยกเป็นกลุ่ม ๆ ตามลำดับเสียง

                อักษรสูง มี ๑๑ ตัว คือ  ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห คือ พยัญชนะแถวที่ ๒ จากตารางทั้งหมด เช่น ผี ฝาก ไข่ ใส่ ถุง ให้ ฉัน

                อักษรกลาง มี ๙ ตัว คือ ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ คือ พยัญชนะแถวที่ ๑ จากตารางทั้งหมด เช่น ไก่ จิก เด็ก ตาบ บน ปาก โอ่ง

                อักษรต่ำ มี ๒๔ ตัว คือ ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ ญ ณ ท ธ ฑ ฒ น พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ คือ พยัญชนะแถวที่ ๓, ๔ และ ๕

        ประโยชน์ของไตรยางค์ ช่วยในการผันอักษรให้มีเสียง และความหมายใกล้เคียงกับเสียงธรรมชาติมากที่สุด

 

อักษรคู่ อักษรเดี่ยว

        อักษรต่ำ ๒๔ ตัว แบ่งออกเป็น ๒ พวก คือ

                - อักษรต่ำคู่ คือ อักษรที่มีเสียงคู่กับอักษรสูง มี ๑๔ ตัว (พยัญชนะแถวที่ ๓, ๔) ได้แก่

                        ค ต ฆ   คู่กับ  ข

                        ฑ ฒ ท ธ  คู่กับ  ฐ ถ    

                        ช ฌ  คู่กับ  ฉ

                        พ ภ  คู่กับ  ผ

                        ฮ  คู่กับ  ห              

                        ซ  คู่กับ  ศ ษ ส

                        ฟ  คู่กับ  ฝ

 

               - อักษรต่ำเดี่ยว คือ อักษรต่ำที่เสียงไม่คู่กับอักษรสูง  มี ๑๐ ตัว (พยัญชนะแถวที่ ๕ กับเศษวรรค ย ร ล ว ฬ) ได้แก่ ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ เช่น งู ใหญ่นอน อยู่ ณ ริม วัด

หน้าที่ของพยัญชนะ

        ๑. เป็นพยัญชนะต้น คือ  พยัญชนะซึ่งอยู่ต้นพยางค์ พยัญชนะทุกตัวทำหน้าที่เป็นพยัญชนะต้นได้

        ๒. เป็นตัวสะกด คือ พยัญชนะที่อยู่ท้ายพยางค์มี ๘ เสียง เรียกว่ามาตราสะกด ได้แก่     

                แม่กน  มี น เป็นตัวสะกด และตัวอื่นทำหน้าที่เป็นตัวสะกดแทนได้ ได้แก่ น  ญ ณ ร ล ฬ

                แม่กง   มี ง เป็นตัวสะกด

                แม่กม   มี ม เป็นตัวสะกด

                แม่เกอว มี ว เป็นตัวสะกด

                แม่กก   มี ก เป็นตัวสะกด และตัวอื่นทำหน้าที่เหมือนตัว ก ได้แก่ ก ข ค ฆ

                แม่กด   มี ด เป็นตัวสะกดและตัวอื่นทำหน้าที่เหมือนตัว ด ได้แก่ ด จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ด ถ ท ธ

                แม่กบ   มี บ เป็นตัวสะกด และตัวอื่นทำหน้าที่เหมือนตัว บ ได้แก่ บ ป พ ฟ  ภ         

             เสียงพยัญชนะท้ายพยางค์หรือพยัญชนะสะกด เช่น

                /ก/ มัก มรรค สุก สุด เมฆ                /ด/ บาท ชาติ  คาด กฎหมาย ปรากฏ

                /บ/ บาป พาบภาพ ลาภ กราฟ          /ง/ ทาง องค์

                /น/ กาน บริเวณ เรียน กาล กาฬ      /ม/ คำ ธรรม             

                /ย/ ได ใย ชัย อาย                         /ว/ เสา สาว

        ๓. เป็นตัวการันต์ คือ พยัญชนะที่อยู่ท้ายแต่ไม่ออกเสียงส่วนมากมาจากภาษาอื่น

        ๔. เป็นตัวอักษรควบ คือ พยัญชนะที่ออกเสียงกล้ำกับ ร ล ว

        ๕. เป็นอักษรนำ คือ พยัญชนะ ๒ ตัวประสมกันสระเดียวกันแต่ออกเสียง ๒ พยางค์

        ๖. พยัญชนะที่เป็นรูปสระด้วย คือ ย ว อ

        ๗. พยัญชนะอัฒสระ คือ พยัญชนะที่มีเสียงกึ่งสระ ได้แก่ ย (อิ อี) ร (ฤ ฤา) ล (ฦ ฦา) อ (อุ อู  )

        ๘. พยัญชนะที่ไม่ใช้เป็นตัวสะกด ได้แก่ ฌ ฉ ผ ฝ ห อ ฮ (ฃฅ)

        ๙. พยัญชนะทีทำไม่ใช้ในปัจจุบัน คือ ฃ ฅ

สรุปพยัญชนะที่ไม่ออกเสียง

        ๑. พยัญชนะที่มีเครื่องหมายทัณฑฆาตกำกับ เช่น วิทย์ ศาสน์

        ๒. พยัญชนะซึ่งตามหลังตัวสะกดในบางคำ เช่น พุทธ ภัทร

        ๓. ร หรือ ห ซึ่งนำพยัญชนะตัวสะกดในบางคำ เช่น สามารถ พรหม พราหมณ์

        ๔. ร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอักษรควบไม่แท้ เช่น  จริง เสร็จ โครม  สร้าง โทรม

 

เสียงวรรณยุกต์  

        เสียงวรรณยุกต์ คือ เสียงที่เปล่งออกมามีระดับสูงต่ำต่างกัน ทำให้ความหมายต่างกัน ด้วยซึ่งเป็นเสียงที่เกิดกับเสียงสระและเสียงพยัญชนะวรรค วรรณยุกต์ไทย มี ๕ เสียง ๔ รูป คือ

เสียง   เสียงสามัญ      เสียงเอก        เสียงโท         เสียงตรี        เสียงจัตวา

 รูป           -                            ่                ้                        ๊                     ๋

        ในบางคำรูปกับเสียงวรรณยุกต์อาจไม่ตรงกัน พยัญชนะต้น สระ และตัวสะกดมีความสำคัญต่อการในวรรณยุกต์ไม่น้อยกว่ารูปวรรณยุกต์ ในการเขียนจึงต้องพิจารณาสิ่งเหล่านี้ด้วย จึงจะใช้วรรณยุกต์ได้ถูกต้อง เช่น โน้ต เชิ้ต เสียงตรีแต่ใช้รูปวรรณยุกต์โทเป็นต้น

 

        ตัวอย่างการผันอักษร     

                                                

  สามัญ  เอก  โท ตรี จัตวา
อักษรกลางคำเป็น กา  ก่า ก้า ก๊า ก๋า
อักษรกลางคำตาย   - กะ ก้ะ ก๊ะ ก๋ะ
อักษรสูงคำเป็น    -   ข่า ข้า  -     ขา      
อักษรสูงคำตาย              -   ขะ    ข้ะ     -     -  
อักษรต่ำคำเป็น         คา          -           ค่า        ค้า      -
อักษรต่ำคำตายสระเสียงสั้น    - ค่ะ คะ ค๋ะ   
อักษรต่ำคำตายสระเสียงยาว -   โนต  โน้ต  โน๋ต    

                            

                          

 

        จะเห็นได้ว่าอักษรสูงกับอักษรกลางมีเสียงตรงกับรูปเสมอ  แต่อักษรต่ำจะมีเสียงสูงกว่านั้นอีก เว้นแต่เสียงจัตวาเพราะไม่มีเสียงใดสูงกว่านั้นอีก วิธีผันอักษรสูงและอักษรต่ำให้ครบ  ๕ เสียง ทำได้โดยนำอักษรต่ำคู่ที่มีเสียงคู่กับอักษรมาผันคู่กัน เช่น

                 

   เสียงสามัญ    เสียงเอก เสียงโท    เสียงตรี เสียงจัตวา
อักษรสูง  -    ข่า   ข้า - ขา
อักษรต่ำ (คู่) คา  - ค่า ค้า -

                             

        ส่วนอักษรต่ำเดี่ยวอาจผันให้ครบทั้ง ๕ เสียงใช้อักษรกลางหรือสูงเป็นตัวนำ เช่น

                   เสียงสามัญ           เสียงเอก        เสียงโท         เสียงตรี        เสียงจัตวา

  อักษรสูง        อยู่                      อยู่                   อยู้             ยู้               ยู๋

  อักษรต่ำ (คู่)     นี                     หนี่                   หนี้             นี้              หนี

 

คำเป็น คำตาย

        คำเป็น  

                ๑. เป็นคำที่ผสมด้วยสระเสียงยาวในแม่ ก กา เช่น ป้า มี ปู

                ๒. เป็นคำที่มีตัวสะกดอยู่ในแม่กง กน กม เกย เกอว เช่น จง มั่น ชม เชย ดาว

        คำตาย

                ๑. เป็นคำที่ผสมด้วยสระเสียงสั้นในแม่ ก กา เช่น จะ ปะ ทุ

                ๒. เป็นคำที่มีตัวสะกดในแม่ กก กด กบ เช่น นัด พบ นก

 

อักษร

        อักษร คือ  เครื่องหมายที่ใช้แทนเสียง อักษรที่ใช้แทน อักษรที่ใช้แทนเสียงพยัญชนะ (เสียงแปร) เรียกว่า รูปพยัญชนะ อักษรที่ใช้แทนเสียงสระ (เสียงแท้) เรียกว่า รูปสระ อักษรที่ใช้แทนเสียงวรรณยุกต์ (เสียงดนตรี) เรียกว่า รูปวรรณยุกต์

การประสมอักษร

        การประสมอักษร แบ่งเป็น ๔ ประเภท คือ

                ๑. ประสม ๓ ส่วน มีพยัญชนะต้น สระ วรรณยุกต์ เช่น จำ กา น้า

                ๒. ประสม ๔ ส่วน มีพยัญชนะต้น สระ วรรณยุกต์ ตัวสะกด เช่น จาก จบ

                ๓. ประสม ๕ ส่วน มีพยัญชนะต้น สระ วรรณยุกต์ ตัวสะกด  และตัวการันต์ เช่น รัตน์ พัฒน์ จันทร์

                ๔. ประสม ๔ ส่วนพิเศษ มีพยัญชนะต้น สระ วรรณยุกต์ และตัวการันต์ เช่น           เท่ห์ เล่ห์

 

        การใช้อักษรแทนเสียงมีปัญหาควรพิจารณาอยู่บ้าง เช่น

                ๑. รูปพยัญชนะมากกว่าเสียงพยัญชนะ  ทำให้เกิดปัญหาในการเขียนว่าเสียงใดควรใช้รูปใดแทน

                ๒. รูปพยัญชนะบางรูปไม่ออกเสียง

                    ๒.๑ พยัญชนะที่มีเครื่องหมายทัณฑฆาต เช่น สงฆ์

                    ๒.๒ ร หรือ ห ที่นำหน้าพยัญชนะสะกด เช่น สามารถ พรหม

                    ๒.๓ พยัญชนะซึ่งตามหลังตัวสะกดบางคำ เช่น พุทธ

                    ๒.๔ ร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอักษรควบไม่แท้ เช่น จริง โทรม

                    ๒.๕ ห หรือ อ ซึ่งเป็นอักษรต่ำเดี่ยว

                ๓. เสียงสระบางเสียงใช้อักษรแทนได้หลายรูป เช่น /ไอ/ /อำ/

                ๔. ในคำบางคำมีเสียง /อะ/ แต่ไม่ปรากฏรูป เช่น ตลาด ทวาย

                ๕. คำบางคำรูปสระไม่ออกเสียง เช่น ญาติ เหตุ ธาตุ

                ๖. ในบางคำรูปกับเสียงวรรณยุกต์ไม่ตรงกัน เช่น โน้ต รูปโทแต่เสียงตรี

        น่าสังเกตว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดจากคำที่มีเสียงเดียวกัน แต่เขียนได้หลายช่อง จึงจำเป็นต้องใช้ความจำว่าคำใดต้องเขียนอย่างไร

เสียงหนักเบา

        การเน้นเสียงหนักเบาในภาษาไทย มักเนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น  

                ๑. ลักษณะส่วนประกอบของพยางค์

                ๒. ตำแหน่งของพยางค์ในคำ

                ๓. หน้าที่และความหมายของคำ

        ๑. ลักษณะส่วนประกอบของพยางค์ พยางค์ที่ประกอบด้วยสระเสียงยาว และพยางค์ที่มีพยัญชนะสะกด จะออกเสียงเน้น (หนัก) เรียกว่า คำครุ

                ครุ หมายถึง คำที่ออกเสียงหนัก มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

                        ๑. ประสมด้วยสระเสียงยาว

                        ๒. ประสมด้วยสระ อำ ไอ ใอ เอา

                        ๓. มีตัวสะกดในมาตราต่าง ๆ

                ครุ มีเครื่องหมายที่ใช้แทน คือ  

                ลหุ คือ คำที่ออกเสียงเบา มีลักษณะดังนี้

                        ๑. ประสมด้วยสระเสียงสั้น

                        ๒. ไม่มีตัวสะกด

                ลหุ มีเครื่องหมายที่ใช้แทน คือ

        ตัวอย่างแผนภูมิแสดงเสียงหนักเบา 

                             มะกอกมะกก                                                      มะค่ามะเขือ

                        ุ        ั        ุ      ั                                                      ุ      ั      ุ      ั

                        มะกล่ำมะเกลือ                                                        มะเฟืองมะไฟ

                      ุ        ั        ุ      ั                                                          ุ        ั         ุ      ั

                        พินิศพนัศ                                                                  ระบัดละใบ

                        ุ      ั     ุ      ั                                                               ุ      ั      ุ      ั

                        เสลาไศล                                                                 ละลิ่วละลาน

                        ุ     ั     ุ      ั                                                           ุ      ั      ุ      ั

        ๒. ตำแหน่งของพยางค์ในคำ ในภาษาไทยคำที่มักออกเสียงหนัก คือ พยางค์สุดท้ายของคำ เช่น พูดบ้าบ้า พูดช้าช้า ถ้าเป็นคำ ๓ พยางค์มักเน้นพยางค์ที่ ๑ กับ หรือถ้าพยางค์ที่ ๒ เป็นสระเสียงยาวหรือพยัญชนะท้ายก็จะออกเสียงหนักด้วย เช่น ปัจจุบันเขาเลิกกิจการไปแล้ว

        ๓. หน้าที่และความหมายของคำ  คำที่ทำหน้าที่เป็นประธาน กริยา กรรม หรือขยายประธาน กริยา กรรม เรามักออกเสียงเน้นหนัก แต่คำที่ทำหน้าที่เชื่อมเราไม่เน้นหนัก

        นอกจากนี้ เราอาจจะเน้นคำบางคำที่ต้องการความสนใจเป็นพิเศษ  เช่น

                น้อยชอบนันท์   ไม่ชอบนุช   น้อยชอบนันท์   ไม่ใช่ฉันชอบ

 

 

 

About these ads

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

The Banana Smoothie Theme. Create a free website or blog at WordPress.com.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: